วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555

พลังจิตมหัศจรรย์ ปฐมภาค

      จิตเป็นนามธรรม มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ ไม่มีรูปร่าง แต่เป็นสิ่่งที่เกิดขึ้น- ดับลง ซึ่งมีอยู่จริงตามธรรมชาติ ความเป็นนามธรรมของจิตทำให้จิตมีลักษณะเป็นธาติรับรู้ในเรื่องนามธรรมเช่น ความเจ็บปวด
เวทนา ความโลภ ความโกรธ ความหลง การเห็น การได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส  มีความทรงจำ จึงทำให้จิตมีคุณสมบัติเหนือกว่าโฟตอนของแสง จิตสามารถเดินทางได้เร็วกว่าแสงเป็นล้านๆเท่า ความเร็วของจิตสามารถผ่านทะลุจักรวาลหนึ่งไปยังอีกจักรวาลหนึ่งได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่แสงต้องใช้เวลาเดินทางระหว่างจักรวาลนับล้านๆปีทีเดียว สิ่งที่สัมพันธ์กับความไวของจิตก็คือการเกิด-ดับของจิตหนึ่งครั้ง เกิดขึ้นภายในเวลาที่สั้นมาก ประมาณเศษหนึ่งส่วนล้านล้านวินาที


   
เมื่อจิตดวงเก่าดับไป จิตดวงใหม่ที่ขึ้นมาแทน จะรับการสืบทอดคุณสมบัติของจิตดวงเดิมไว้ด้วย จิตของมนุษย์มีการเกิด-ดับที่เร็วมากจนประสาทสัมผัสรับรู้ไม่ทัน เลยดูว่าเป็นจิตดวงเดิม เปรียบได้กับไฟจากเทียนไข แสงไฟที่เราเห็นส่องสว่างอยู่ จริงๆแล้วมีการเกิด- ดับอยู่ตลอดเวลา แต่เกิด-ดับด้วยอัตราที่เร็วมากจนดูต่อเนื่อง เหมือนไฟนั้นยังคงสภาพเดิมอยู่ตลอดเวลา จนกว่าจะดับด้วยเหตุปัจจัยคือ ไส้เทียนหมด ไม่มีออกซิเจน หรือประการสุดท้ายถูกทำลายความร้อนลง แต่ถ้าเหตุและปัจจัย๓ อย่างนี้ยังคงอยู่ดวงไฟย่อมจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับจิต ที่เกิด-ดับอยู่ตลอดเวลา ถ้าเปรียบไส้เทียนคือ "กรรมเก่า"ออกซิเจนคือ "อวิชชา"ความร้อนคือ"ตัณหา"เมื่อเหตุปัจจัย๓ อย่างนี้ยังคงอยู่จิตดวงใหม่ก็จะเกิดขึ้นมาอีกวนเวียนอยู่อย่างนี้ จนกว่าเราจะสร้างปัญญาทำลายอวิชชาลงได้ เปรียบเสมือนทำลายออกซิเจนที่เป็นตัวการช่วยให้ไฟติด เมื่อไม่มีออกซิเจน ความร้อนที่เกิดจากตัณหาก็จะไม่เกิดขึ้น ผลกรรมก็จะหมดลง เข้าสู่มรรคผลนิพพานอย่างสมบูรณ์





วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สไลด์วีดีโอ Exguitarhora Family

      สไลด์วีดีโอชุดนี้ได้จัดทำให้บิดาผู้ล่วงลับในโอกาศครบรอบ ๑๗ ปี แห่งการมรณะกรรมของท่านเวียน

มาบรรจบครบรอบ ในวันนี้จึงจัดนำเสนอให้ทุกคนร่วมโหวดเป็นกำลังใจ

ให้ผมด้วยในการรำลึกถึงพระคุณของบิดาผู้ล่วงลับ...

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2555

วิธีป้องกันการปวดหลัง

     โรคปวดหลังมักเกิดจากอริยาบทที่ไม่สมดุลย์ โดยเฉพาะการนั่งหรือยืนอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานเกินควร ทางที่ดีควรผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนอริยาบทเป็นประจำเช่น นั่งไปซักพักใหญ่ ก็ลุกขึ้นยืนหรือเดินไปทำอะไรอย่างอื่นบ้างแล้วค่อยกลับมานั่งใหม่ทำนองนี้  ส่วนใหญ่อาการปวดหลังเกิดจากนั่งหรือยืนในท่าเดิมนานเกินควร การนั่งหลังงอหรือ ยกของหนัก เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการปวดหลังขึ้นมาได้ทั้งสิ้น

     หมอนรองกระดูกสันหลังของคนเรา มีลักษณะคล้ายถุงหนาที่ห่อหุ้มเจลข้นไว้ภายใน เจลเหล่านี้ได้รับน้ำ
ออกซิเจน สารอาหารจากการซึมซาบของ" น้ำเลี้ยง" รอบๆข้อ  ไม่มีหลอดเลือดไปเลี้ยงด้านในโดยตรง
กลไกที่ทำให้คนเราปวดหลัง ส่วนหนึ่งเกิดจากปฏิกริยาของระบบภูมิคุ้มกันต่อ"ระบบวุ้นข้น" ที่แตก หรือรั่วออกมาจากหมอนรองกระดูกสันหลัง 


เราอาจจะสรุปวิธีป้องกันโรคปวดหลังได้เป็นหลักใหญ่ๆได้ ๓ ข้อดังต่อไปนี้


๑.การทำงานในชีวิตประจำวัน ควรพยายามงอเข่าและสะโพก แทนการคดงอส่วนหลังหรือเอว รักษาส่วนเอวให้ตั้งตรงไว้อยู่ตลอดเวลา และพยายามใช้กำลังที่มือและขา ไม่ใช้กำลังที่ส่วนเอว


๒.ควรเปลี่ยนท่าบ่อยๆไม่นั่งหรือยืนนานเกินไปในท่าเดิม


๓.พยายามอย่ายกของด้วยการก้มเอวหรือบิดเอว ถ้าต้องยกของหนัก ควรให้ลำตัวแนบชิดของมากที่สุด
หรือว่าหาคนมาช่วยยก 




สุดท้ายนี้ขอแนะนำเป็นพิเศษว่าท่าโยคะบางท่าก็สามารถช่วยแก้หรือบรรเทาอาการปวดหลังได้เช่นกัน










     

วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ความรู้เรื่องเทียนทำน้ำมนต์และความหมายของดอกไม้

       เมื่อเวลาที่พระท่านทำพิธี "ทำน้ำมนต์"แล้วดับเทียน มีเคล็ดอยู่ว่าอย่านำเอาเทียนนั้นมาจุดอีกเด็ดขาด
เพราะเวลาที่ท่านทำพิธีดับนั้น เป็นการดับทุกข์ โศก โรคภัยและเสนียดจัญไรทั้งปวง จึงเป็นการไม่ควรที่เราจะเอาเทียนนั้นๆมาจุดอีก อาจจะทำให้เกิดโทษขึ้นมาได้


       ดอกไม้ที่ใช้ลอยในภาชนะน้ำมนต์มีความหมายดังนี้
๑. กุหลาบ มีความหมายถึง ยศวัฒนะ เจริญด้วยยศ
๒. มะลิ มีความหมายถึง ธนวัฒนะ  เจริญด้วยทรัพย์
๓. บานไม่รู้โรย มีความหมายถึง อายุวัฒนะ เจริญด้วยอายุ
๔. ใบมะตูมยอดละ ๓ ใบ ๓ ยอด เพราะใบมะตูมเป็นตรีศูลของพระอิศวร ให้คุณทาง เดชวัฒนะ เจริญด้วยเดช
       
      การสะเดาะเคราะห์ จะขาดฝักส้มป่อยและผิวมะกรูดในภาขนะน้ำมนต์ไม่ได้ เพราะเป็นเครื่องสระศรีษะ




ถือว่าเป็นการปัดเสนียดจัญไรได้อย่างชะงัดนักแล... 

เคล็ดแต่ไม่ลับวิธีการต่างๆ

                                                                  วิธีแก้ควันบุหรี่ที่คลุ้งทั่วห้อง


สำหรับห้องที่มีผู้สูบบุหรี่จนกลิ่นฟุ้งควันตลบ  มีวิธีกำจัดคือ ให้เอาน้ำส้มใส่ชามไปตั้งไว้ในห้องนั้น...
ควันและกลิ่นบุหรี่จะจางหายไปอย่างรวดเร็ว


                                                                  วิธีตรวจสอบว่าไข่เก่าหรือไข่ใหม่


ให้เอาน้ำเย็นใส่กะทะก้นลึก วางไข่ลงไป ถ้าไข่เอาข้างนอนลงตามความยาวของมัน แสดงว่าไข่ยังสดอยู่
ถ้าก้นหรือปลายฟองไข่กระดกขึ้นมาข้างหนึ่ง ไข่นั้นมีอายุ ๓ ถึง๔ วันแล้ว แล้วถ้าก้นไข่กระดกมาก แสดงว่าไข่นั้นเก่ามีอายุกว่า ๑๐ วันแล้ว ถ้าไข่โผล่ปลายฟองลอย แสดงว่าไข่นั้นสดแท้แน่นอน ข้อควรจำคือ
ห้ามนำไข่ดิบไปล้าง เพราะจะทำให้ไข่นั้นเสียเร็ว ถ้าจะให้ไข่อยู่ทนนาน ให้ใช้น้ำมัน  หรือเนยเหลวทาเปลือกให้ทั่ว จะทำให้ไข่สดทนนาน


                                                                  วิธีตรวจดูว่ากุ้งต้มนั้นสดหรือไม่


ให้เอากุ้งต้มนั้นมาจับยืดออกให้เต็มที่ ถ้ามันงอกลับเข้าไปแสดงว่าเป็นกุ้งสด  แต่ถ้าหากกุ้งเหี่ยวตกลง
อย่าซื้อเพราะเป็นกุ้งตายนานแล้ว เอามาต้มขาย


                                                                   วิธีไล่มด


ถ้าที่ใดมีมดไต่มาก หรือว่าแห่กันมาเป็นขบวน ให้ฝานมันเทศชิ้นบางๆชุบแอมโมเนียวางไว้ใกล้ๆ บรรดามดทั้งหลายก็จะพากันหนีไปหมด


                                                                   วิธีใช้กะทะใหม่


เวลาที่เราจะใช้กะทะที่ซื้อมาใหม่ๆ ก่อนที่จะใช้ทอดของ ควรยกขึ้นตั้งไฟเสียก่อน แล้วเอาน้ำส้มเทลงไปปนกับน้ำเล็กน้อย  ต้มจนเดือดแล้วเททิ้ง จะช่วยให้กะทะนั้นทำอาหารไม่ติดก้น และทอดปลาไม่ติดอีกต่อไป


                                                                    วิธีทำให้ผักเก่าให้สดขึ้นอีก


ให้นำเอาผักเก่ามาแช่ไว้ในน้ำเย็น ผสมน้ำส้มซักเล็กน้อย หรือจะบีบมะนาวก็ได้ แช่เอาไว้ประมาณ ๑ ช.ม. ผักก็จะสดขึ้นมาอีก




วันนี้แค่ ๖เรื่องไปก่อนนะครับถ้าสนใจกัน เดี๋ยวโอกาศหน้าจัดให้ครับ...

วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2555

พระคาถาไหว้ครู

           คำว่า "ไหว้ครู " ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ให้ความหมายไว้ว่า "ไหว้ครู
คือการทำพิธีไหว้ครูบาอาจารย์ " ครูบาอาจารย์หมายถึง "ความเป็นผู้รู้ที่สามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์ และสามารถดูแลศิษย์ได้ "

           การไหว้ครูเป็นการแสดงความคารวะยอมรับนับถือต่อครูบาอาจารย์อย่างจริงใจว่า ท่านเพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและความรู้   ศิษย์ในฐานะผู้สืบทอดมรดกทางวิชาการ   จึงพร้อมใจกันปวารณาตน รับการถ่ายทอดวิชาความรู้จากครูด้วยความ  วิริยะ อุตสาหะ มานะและอดทน เพื่อให้บรรลุถึงจุดหมายปลายทาง
ดังที่ได้ตั้งใจใว้

          ดังนั้นจึงต้องมีพระคาถาไว้เพื่อกราบไหว้ครูบาอาจารย์ แสดงความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้ว ตลอดทั้งท่านที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมีการปฎิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน...


                                                               พระคาถาไหว้ครู


นะโม ๓ จบ


๑. โองการพินธุนาถังอุปปันนัง       พรหมาสะหะปะตินามะ
 อาทิกัปเปสุอาคะโต  ปัญจะปะทุมังทิสวา  นะโมพุทธายะวันทะนัง


๒. สิทธิกิจจัง  สิทธิกัมมัง  สิทธิการิยะ  ตะถาคะโต
สิทธิเตโช  ชะโยนิจจัง  สิทธิลาโภ  นิรันตะรัง
สัพพะกัมมัง  ประสิทธิเม  สัพพะสิทธิ  ภะวันตุเม


๓. มะอะอุ  อธิกะมูลัง  ตรีเทวานัง  มหาศาสตรา  อุอุอะอะ  มะมะมันตรา
อุอะสวามหามันตัง  มะอะอุโลปะเกเยยยัง  อังการะเสวะราชิโน
ตรีนิอักขรานิ  ชาตานิ  นะโมพุทธายะ  วันทะนัง


๔. เสฎฐันติ  ระตะนังโลเก  วันทิตะวาปะการะณัง
อิมังเลขะสมุทยัง  ปะริสายะ  ยะถาพะลัง


๕. โอม  นมัสสิตวา  นพพระตถา  คตธรรมคัมภีร์
นพสงฆ์สิกขา  นพอาจารีย์  นพโหราตรี  เวทวิทศาสตร์ไสย


๖. นมัสสิตวา  อิสีสิทธิโลกะนาถัง  อนุตตะรัง
อิสีจะพันธนังสาตรา  อะหังวันทามิตัง  อิสีสิทธิเวสสะ...


{ สวด ๓ จบ ทุกบท }







                                                           

วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สุรพล สมบัติเจริญ กับตัวเลข ๑๖

         เลข ๑๖ ที่จริงแล้วทางไทยเราถือว่าเป็นเลขมงคล เพราะมีกำลังเป็นพระโสฬส ถึงแม้จะถือว่าเป็นเลขที่ดีก็จริง แต่กลับเป็นเลขให้โทษแก่ สุรพล สมบัติเจริญ ราชาลูกทุ่งในอดีต  ดังสถิติความเป็นไปใน
ขีวิตของเขาดังต่อไปนี้...
         
         เขาแต่งงานกับภรรยาในวันที่ ๑๖ พอครบ ๑๖ปีก็ต้องแยกบ้านกันอยู่ และทะเลาะกันเป็นครั้งที่ ๑๖
ทั้งยังถูกยิงตายในวันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ.2511 ที่หน้าเวทีการแสดง วัดหนองปลาไหล จังหวัดนครปฐม รวมอายุได้เพียง ๓๘ ปี เลข ๑๖ จึงเป็นเลขอันให้โทษแก่เขา

         ในวันเกิดเหตุ ก่อนที่จะถูกยิงตายไม่กี่ชั่วโมง เขาได้ออกมาประกาศบนเวทีที่วิกแสงจันทร์ว่า เขาจะร้องเพลง ๑๖ ปีแห่งความหลังเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อออกจากวิกนั้นก็ถูกยิงตาย ภายในวันนั้น...


          ลางร้ายบอกเหตุอีกก็คือ ก่อนจะตาย ๘ วันเขานำวงดนตรีไปแสดงที่ วัดอ้ออีเขียวตำบลกลับใหญ่  อำเภอบ้านโป่ง ราชบุรี เมือไปถึงวัดเวลาประมาณ ๑๗.๐๐ เศษ  ชาวบ้านได้นำเอา แคร่ไม้ไผ่ตกแต่งอย่างดีมีคนหาม ๔ คน มาหามเขาแห่เวียนไปรอบวัด ๓ รอบ เป็นทำนองคล้ายแห่ศพ ทั้งๆที่ชาวบ้านหวังดีต้อนรับด้วยความเต็มใจ ไม่มีใครเฉลียวใจได้คิดว่า มันเป็นลางร้าย  อีกประการหนึ่ง  การขึ้นเสลี่ยงคานหามแห่นั้นโบราณเขาถือกันมาก เพราะเป็นการเกินอำนาจวาสนา จะทำความวิบัติให้แก่คนๆนั้น ด้วยเป็นการทำเทียมเจ้า หรือพระเจ้าแผ่นดิน...


         
       แต่ยังมีอีกประเด็นที่ควรทราบ กล่าวคือ เลข ๑๖ทางเลขะศาสตร์เขาเอา ๑+๖=๗ เป็นเลข ของดาวเสาร์ โทษทุกข์ ดังนั้น เลข ๑๖ จัดว่าเป็นเลขดี และเลขร้ายในคราวเดียวกัน...