วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

อิทธิฤทธิ์ของตัวเลข



                                                    ... จากปูมโหรของ อ.พลูหลวง ...













...พีทาโกรัส เป็นนักคณิตศาสตร์และ นักปราชญ์ชาวกรีกโบราณ เป็นเจ้าของทฤษฎีบทพีทาโกรัส...
พีทาโกรัสได้ชื่อว่าเป็น"บิดาแห่งตัวเลข" พีทาโกรัสไม่เพียงแต่มีความสำคัญต่อคณิตศาสตร์ เขายังได้
สร้างสรรค์ความคิดอีกหลายๆอย่าง ให้กับปรัชญาและศาสนา เขาได้เคยกล่าวไว้ว่า อำนาจมหัศจรรย์
ของสากลจักรวาลนี้อุบัติขึ้นมาจากอิทธิฤทธิ์ของตัวเลขทั้งสิ้น ...

...ตามโบราณถือกันมาว่าตัวเลขมีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวของมันเอง การทำตระกรุด การทำยันต์ เครื่องราง
คุ้มครองตน ล้วนแต่ต้องใช้ตัวเลขทั้งสิ้น แม้แต่ยันต์ของไทยเรา ก็นิยมใช้ตัวเลขมาทำเป็นเลขยันต์ด้วย
เช่นกัน...ทางโหราศาสตร์ไทยเรา นิยมเอาตัวเลขมาแทนนามของดาวพระเคราะห์ต่างๆดั่งนี้คือ ...

เลข ๑ เป็นตัวแทนดาวอาทิตย์
เลข ๒ เป็นตัวแทนดาวจันทร์
เลข ๓ เป็นตัวแทนดาวอังคาร
เลข ๔ เป็นตัวแทนดาวพุธ
เลข ๕ เป็นตัวแทนดาวพฤหัสบดี
เลข ๖ เป็นตัวแทนดาวศุกร์
เลข ๗ เป็นตัวแทนดาวเสาร์
เลข ๘ เป็นตัวแทนราหู
เลข ๙ เป็นตัวแทนเกตุ
เลข ๐ เป็นตัวแทนดาวมฤตยู

...โหราจารย์ท่านยังแสดงถึงนิสัยของตัวเลขดวงดาวต่างๆไว้ดังนี้ ...

๑.ยศศักดิ์ทายอาทิตย์
๒.รูปร่างจริตทายจันทร์
๓.กล้าแข็งขยันทายอังคาร
๔.เจรจาอ่อนหวานทายพุธ
๕.ปัญญาบริสุทธิ์ทายพฤหัส
๖.กิเลศสมบัติทายศุกร์
๗.โทษทุกข์ทายเสาร์
๘.มัวเมาทายราหู
๙.อายุยืนอยู่ทายเกตุ
๐.ภัยอาเพศทายมฤตยู


... และท่านยังแบ่งดวงดาวเป็น คู่มิตร คู่ศัตรู และคู่สมพล [คู่ที่มีพลัง] ... ดังนี้คือ ...

คู่มิตร...๑ กับ ๕   อาทิตย์เป็นมิตรกับครู
         ...๒ กับ ๔   จันทร์โฉมตรูพุธนงเยาว์
         ...๖ กับ ๓    ศุกร์ปากหวานอังคารรับเอา
         ...๘ กับ ๗    ราหูกับเสาร์เป็นมิตรแก่กัน

คู่ศัตรู...๑ กับ ๓    อาทิตย์ผิดอังคาร
         ...๔ กับ ๘   พุธอันธพาลวิวาทราหู
         ...๖ กับ ๗   ศุกร์กับเสาร์เป็นเสี้ยนศัตรู
         ...๒ กับ ๕   จันทร์กับครูเป็นอริแก่กัน

คู่สมพล...๑ กับ ๖
             ...๒ กับ ๘
             ...๓ กับ ๕
             ...๔ กับ ๗

... ๑ กับ ๓ เป็นคู่ศัตรูกันเมื่อเลขคู่นี้มาเรียงกันตามลำดับตัวเลขเป็นเลข ๑๓ แล้วจึงทำให้เกิดโทษอย่างมหันต์ ถือกันมาตั้งแต่ในสมัยโบราณก่อนคริสตกาลเสียอีก พวกอิยิปต์โบราณก็ถือว่าเลข ๑๓ นี้ให้โทษพอมาในสมัยจีซัสไครสต์ พระองค์มีสานุศิษย์ ๑๒ คน เมื่อมาร่วม The last supper กับศาสดา จึงรวมเป็น ๑๓ คนจึงเกิดโทษ ผลปรากฏก็คือ จีซัสถูกทหารโรมันจับไปตรึงไม้กางเขน ...

...ในสมัยต่อมาถือเลข๑๓ กันเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางก็ดี การร่วมรับประทานอาหารก็ดีหรือเป็นการประชุมกันก็ดี ถ้ามีจำนวน ๑๓ คนพอดี ย่อมจะทำให้เกิดผลร้ายตามมาด้วยทุกครั้ง ยิ่งถ้าเกิดทำกิจการสำคัญในวันศุกร์ที่ ๑๓ ด้วยแล้วก็ยิ่งถือกันมาก ด้วยเหตุว่าวันนี้เป็นวันสิ้นพระขนม์ของพระจีซัส
หากใครทำอะไรในวันนี้มักจะต้องวุ่นวายกันไปทุกคน ...

...ชาวยุโรปมักจะไม่ยอมอยู่ในห้องเลข ๑๓ ด้วเหตุนี้โรงแรมใหญ่ๆในบางแห่งจึงไม่มีเลข ๑๓ คือจากเลข ๑๒ ก็ข้ามไปเลข ๑๔ เลย แม้กระทั่งการทำน๊อตของเยอรมันเป็นนัมเบอร์ เมื่อถึงเบอร์ ๑๒ ก็จะข้ามไปเบอร์ ๑๔ ด้วยเช่นกัน เพราะถือว่าน๊อตเบอร์ ๑๓ จะนำความวิบัติมาสู่เครื่องยนต์นั้นๆ ...

...กรุงศรีอยุธยาแตกทั้ง ๒ ครั้ง เมื่อเอาตัวเลข จุลศักราช มาบวกรวมกันเข้าเป็นเลข ๑๓ คือกรุงแตกครั้งแรก จ.ศ.๙๓๑ บวกได้ ๑๓ กรุงแตกครั้งสุดท้าย จ.ศ. ๑๑๒๙ บวกได้ ๑๓ เช่นกัน...ฤกษ์กำหนดเสด็จกลับไปศึกษาต่อยังต่างประเทศของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล โหรหลวงไม่เชื่อถือในเลขร้าย ได้วางฤกษ์ไว้ให้เสด็จเดินทางในวันที่ ๑๓ มิ.ย.พ.ศ.๒๔๘๙ เวลา ๑๑.๓๐ น.นอกจากวันที่จะเป็นเลข ๑๓ แล้ว เวลาฤกษ์ก็ยังมีเลข ๑ กับเลข ๓ อีกเช่นกัน...ส่วน พ.ศ. + กับเวลาฤกษ์ยังบวกได้ ๘ ...
ซึ่งเลข ๘ ก็ถือว่าเป็นเลขร้ายให้โทษด้วยเหมือนกัน เช่นกษัตริย์หรือประธานาธิบดีลำดับที่ ๘ มักเกิดโทษร้ายแรงทุกท่าน ...

...สรุปได้ตามเลขศาสตร์ว่าเลข ๑๓ เลข ๘ เป็นเลขที่มีอาถรรพ์เป็นอย่างมาก ... ควรพึงจดจำไว้ ...







... ขอบอกสั้นๆว่า " ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ " ... เลขจากดวงดาวมีอิทธิฤทธิ์ และอาถรรพ์ เป็นอย่างยิ่ง ...

... สวัสดีครับ ...

... อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม ...




วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555

ความน่ารักของแมว


Funny Birthday Wishes Images, Quotes, Comments, Graphics
Funny Birthday Wishes Pictures - Quotes - Photobucket

...ในปัจจุบันมีผู้คนที่นิยมที่จะดูแลสัตว์เลี้ยงต่างๆอาทิเช่น สุนัข แมว กระต่ายฯลฯเพื่อไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา...ดังนั้นจึงเกิดร้านค้าต่างๆผลุดขึ้นมาอย่างมากมายในการดูแลสัตว์เหล่านี้เช่น...ร้านขายอาหาร
สัตว์...ร้านเสริมความงามสััตว์...สุนัข แมว...คลินิคสัตว์...ซึ่งผู้ที่มีสัตว์เลี้ยงทั้งหลายย่อมต้องพากันมา
อุดหนุนร้านต่างๆเหล่านี้อย่างแน่นอน...ทำให้ธุรกิจเหล่านี้เฟื่องฟูขึ้นอย่างรวดเร็ว...ผู้ที่มีฐานะดีก็จะเข้า
มาใช้บริการอย่างเต็มอัตราศึกโดยไม่คำนึงถึงราคา...ส่วนผู้ที่มีรายได้น้อย...ก็ต้องคัดและเลือกเฟ้นสิ่งที่จำเป็นต่อสัตว์เลี้ยงตนเองเท่านั้น...

                    ...ในบทความนี้เราจะกล่าวถึงเรื่องความน่ารักของสัตว์เลี้ยงคือ...แมว...
แต่เริ่มแรกเดิมทีนั้นผมมีความคุ้นเคยกับสุนัขมาตั้งแต่เด็กๆ...เพราะที่บ้านมีเลี้ยงตลอดอยู่หลายรุ่นหลายพันธ์...แต่กับแมวนั้นไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนเลย...ตราบจนปัจจุบันนี้ภรรยาของผมเค๊าเป็นคนรักสัตว์ทั้ง
๒ ประเภทคือสุนัขและแมว...เรื่องสุนัขผมไม่มีปัญหาเพราะเคยเลี้ยงมาตั้งแต่แรกแล้ว...ส่วนแมวนั้นมี...
ปัญหาแน่นอน...เพราะความที่ไม่เคยชินและคุ้นเคยกับพวกมันเลย...ดังนั้นในตอนระยะแรกจึงได้เกิดความกระอักกระอ่วนใจ...และเกิดความระแวงใจว่า...จะเข้ากับพวกมันได้ดีเหมือนกับสุนัขหรือไม่?...

...ในตอนแรกครอบครัวของเราก็มีสุนัขพันธ์หลังอาน...อยู่ด้วย ๑ ตัวชื่อว่า"White Sock"เป็นสุนัขที่แฟน
ผมเค๊าเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กๆไปรับมาจากบ้านที่โคราชเอามาอยู่ด้วยกันที่หัวหิน...ก็เข้ากันได้ดี...น่ารักและ
สัตย์ซื่อ...ต่อมามีรุ่นพี่ที่รักกันชื่อ"พี่ติ่ง"ได้เอาแมวมาให้เลี้ยง ๑ ตัวชื่อ"Maggie"เป็นลูกครึ่งเปอร์เชียร์
ก็ดูน่ารักดี...แต่ผมก็ไม่ค่อยไว้ใจมันนัก เพราะเล็บแมวนั้นมันคมมากหากได้ตะกุยมาที่ตัวเราก็คงจะได้...
เลือดทันทีร้อยเปอร์เซ็นต์...ผมจึงไม่ได้คลุกคลีกับมันมากนัก มักคอยดูมันอยู่ห่างๆเสมอมา...แม็กกี้เป็น
ลูกแมวที่ค่อนข้างดุไม่เกรงกลัวเจ้าไวท์ซ๊อคแม้แต่น้อย...ใจกล้าและใจถึงเป็นอย่างมาก...

...นานวันไปผมเริ่มคุ้นกับแม็กกี้...และได้เห็นความน่าเอ็นดูในตัวของมัน...บางครั้งผมนั่งอยู่บนเก้าอี้นั่งเล่นอยู่มันก็จะกระโดดขึ้นมาคลอเคลียด้วย...และเมื่อกอดมันๆก็จะมีความสุขขึ้นมาด้วยอาการของแมวที่
เขาเรียกกันว่า"Purr"ให้เรารู้โดยการครางเบาๆระหว่างที่อยู่บนตักเรานั่นเอง...บ้างครั้งได้ฉีกไก่เป็นชิ้นเล็กๆป้อนให้มัน...มันก็จะใช้ฟันมางับเอาอาหารจากมือเราไปกินโดยที่ไม่ถูกกระทบกับมือเรา...แม้แต่...
นิดเดียวเลยทีเดียว...ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องแปลกสำหรับแมวเป็นอย่างมาก...ในบางทีผมนอนหลับอยู่...มัน
ก็จะมาอยู่ที่ปลายเท้าเราแล้วดมแล้วดมอีก...เป็นการแสดงออกถึงความรักที่มีต่อเจ้านายของมัน...

...มีอยู่ครั้งหนึ่งแม็กกี้หนีไปเที่ยวอยู่ข้างบ้านเรียกก็ไม่ยอมลงมา...แต่ก็ไม่ขยับไปไหน ผมใช้โต๊ะปีนไปจับตัวมันลงมา...มันก็ยอมให้จับลงมาโดยไม่ทำร้ายผมเลยแม้แต่นิดเดียว...ทำให้ผมเลิกระแวงในตัวมัน
และเพิ่มความรักให้แก่มันเป็นอย่างมาก...ตั้งแต่นั้นมาเวลาไม่อยู่บ้านก็จะคิดถึงมันเป็นห่วงมัน...ต้องคอยโทรศัพท์ไปเช็คกับคนที่ได้ฝากไว้ว่าได้ให้อาหารเรียบร้อยหรือยัง...คอยถามอยู่ตลอดถ้าไม่อยู่บ้าน
หลายวัน...ในปัจจบันแม็กกี้มีลูกหลานสืบต่อเผ่าพันธ์ทั้งสิ้น ๒๔ ตัวเป็นทั้งคุณย่า...คุณยาย...คุณทวด...
แม็กกี้ขณะนี้อายุได้ ๔ ขวบ...เป็นแมวที่น่ารักม๊ากๆ...หนึ่งในครอบครัวของเราครับ...
...ด้านล่างเป็นภาพแม็กกี้อยู่บนตัวผม...กำลังจ้องมองหน้าผมอยู่ครับ...โอกาสหน้าจะเล่าสู่ให้ฟังกันใหม่นะครับ...









วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

อธิบายเกี่ยวกับเรื่องสีต่างๆ




   ...เรื่องราวของสีนั้มีความสำคัญ...ที่เราต้องเรียนรู้ถึงสัญลักษณ์ของสีในความหมายต่างๆสีจะบอก
ถึงอารมณ์.ความคิด จริตนิสัย ความศิริมงคลหรือ ความอัปมงคล...นอกจากนี้สียังมีเทียบไปถึงดวงดาวต่างๆได้อีกด้วย...ต่อจากนี้เราจะมาเรียนรู้ความลึกลับและอัศจรรย์ของสีได้ดังต่อไปนี้...

                        ...สีที่ไว้ทุกข์ในสมัยโบราณ...

   ...สีดำ   ใช้สำหรับผู้ที่มีอายุแก่กว่า  ...ผู้ตาย...
   ...สีขาว  ใช้สำหรับผู้ที่อ่อนวัยกว่า    ...ผู้ตาย...
   ...สีม่วงแก่หรือสีน้ำเงินแก่...ใช้สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นญาติกับผู้ตาย...

                          ...สีไว้ทุกข์ของชาติต่างๆ...

   ...ชาวอียิปต์โบราณและในปัจจุบัน...จะต้องเอาผ้าสีครามพันศีรษะในเวลาไปปลงศพ...ส่วนที่นิยมใช้สีเหลืองก็มีด้วย...เพราะถือว่าสีเหลืองซีดจืดจางได้ง่าย...คือเป็นสีแห่งความทุกข์นั่นเอง...
   ...ชาวตุรกีใช้สีฟ้าหรือ...สีม่วงเป็นสีสำหรับไว้ทุกข์ศพของเด็ก...
   ...ชาวอัฟริกันในบางเผ่า...และชาวเยอรมันในบางถิ่น...มักนิยมให้หญิงแต่งกายไว้ทุกข์ด้วยสีครามแก่
   ...ชาวจีนทั่วไปถือกันว่า...สีขาวเป็นสีไว้ทุกข์...ส่วนสีเทาเป็นสีไว้ทุกข์ที่รองลงมา...
   ...ส่วนจีนแคะนั้นถือว่า...สีน้ำเงินหม่น หรือสีน้ำเงินแก่หนักไปทางม่วงเป็นสีไว้ทุกข์...
   ...แต่เดิมทีชาวจีนถือว่า...สีเหลืองเป็นสีของกษัตริย์ก่อนพุทธกาลมาแล้ว...ต่อมาพระเจ้าฮั่นโกโจให้เปลี่ยนเอาสีม่วงเป็นสีสำหรับพระเจ้าแผ่นดิน...แล้วก็กลับมาถือสีเหลืองตามเดิม...เมื่อพระเจนจีนอักษร
ออกไปเมืองจีนในแ่ผ่นดินไต้เช็งได้ไปเห็นว่า...สีเหลืองเป็นสีของพระเจ้าแผ่นดินส่วนขุนนางผู้ใหญ่แต่ง
สีแดง...ขุนนางผู้น้อยแต่งชุดน้ำเงิน...ส่วนราษฏรจีนถือว่าสีแดงเป็นสีมงคล...สีเทาเป็นสีอวมงคล...
   ...พระเยซู...เมื่อถูกปลดออกจากไม้กางเขน...ทหารได้เอาเสื้อสีม่วงแก่คลุมพระศพให้...จึงเป็นที่นิยมกันว่า...สีม่วงเป็นสีไว้ทุกข์ของชาวคาทอลิกกัน...

                              ...สีประจำชั้นวรรณะ...

   ...สีขาว   ...เป็นสีแห่งพราหมณ์...
   ...สีแดง   ...เป็นสีแห่งกษัตริย์...
   ...สีเขียว  ...เป็นสีของ...แพศย์...คนชั้นกลาง...ค้าขาย...
   ... สีดำ     ...เป็นสีของ...ศูทร...คนชั้้นต่ำ...

                 ...อัญมณีที่หมายถึงดาวนพเคราะห์ต่างๆ...

   ...๑. มณีแดง                            หมายถึง...ดาวอาทิตย์
   ...๒. เพชรดี                             หมายถึง...ดาวจันทร์
   ...๓. แดงแก่ โกเมน                 หมายถึง...ดาวอังคาร
   ...๔. มรกต เขียวใสแสง           หมายถึง...ดาวพุธ...
   ...๕. เหลืองสดใส บุษราคัม     หมายถึง...ดาวพฤหัส
   ...๖. ศรีหมอกเมฆนิลกาฬ        หมายถึง...ดาวศุกร์...
   ...๗. แดงสลัวเพทาย               หมายถึง...ดาวเสาร์...
   ...๘. สังวาลสายไพฑูรย์          หมายถึง...พระราหู...
   ...๙. มุกดาหาร หมอกมัว          หมายถึง...พระเกตุ...

                 ...สีของดาวพระเคราะห์กับพาหนะทรง...
                         ...พระราชนิพนธ์รัชกาลที่๖...

             ...ในพระราชนิพนธ์ศุภลักษณ์...ทรงไว้เกี่่ยวกับเทวดานพเคราะห์ถอดความได้ว่า...

   ...๑. พระอาทิตย์    ...ทรงภูษาสีแดง...ถือพระขรรค์...ทรงราชสีห์...
   ...๒. พระจันทร์      ...ทรงภูษาสีขาว...ถือพระขรรค์แก้ว...ทรงม้าขาว...
   ...๓. พระอังคาร     ...ทรงภูษาสีชมภู...ถือพระขรรค์...ทรงควาย...
   ...๔. พระพุธ          ...ทรงภูษาสีเขียว...ถือขอช้าง...ทรงช้าง...
   ...๕. พระพฤหัสบดี...ทรงภูษาสีเหลือง...ถือไม้เท้า...ทรงกวาง...
   ...๖. พระศุกร์         ...ทรงภูษาสีน้ำ เงินอ่อน...ถือไม้เท้า...ทรงวัว...
   ...๗. พระเสาร์        ...ทรงภูษาดำ...ถือพระขรรค์...ทรงเสือ...
   ...๘. พระราหู         ...ทรงภูษาสีม่วงคล้ำ...ถือคฑา...ทรงนกฮูก...
   ...๙. พระเกตุ         ...ทรงภูษาสีทอง...ถือพระขรรค์...ทรงพญานาค...

            ...สรุปเรื่องราวของสีมีความหมายหลากหลาย...เป็นเรื่องที่ทุกคนควรจะเรียนรู้ไว้...
                                    ...เพื่อประดับความรู้ของตนเอง...


วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

อาถรรพณ์ต่างๆ



                           ...อาถรรพณ์เกี่ยวกับสถานที่...

...วาระสุดท้ายของบังทอง...

...ในสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง[หน]ได้เล่าไว้ว่า...

"ครั้นเมื่อบังทองมาถึงซอกเขา...เห็นทางนั้นแคบคับขันนัก...แล้วมีต้นไม้ชัฎทั้งสองข้างรกชิดไป...ก็คิด
กริ่งใจชักม้าหยุดอยู่ จึงถามว่า...ตำบลนี้ชื่อใด...ทหารชาวเมืองเสฉวนซึ่งเข้าเกลี้ยกล่อมอยู่ด้วยจึงบอกว่า...ที่นี่ชื่อลกห้องโห...

บังทองได้ฟังจึงคิดว่า...ตัวเราอาจารย์แต่งนามไว้ให้ชื่อว่า ฮองซู แลทางจะออกจากซอกเขานี้เป็นท้องทุ่ง...ธรรมดาว่าหงษ์นั้นแม้จะตกทุ่งก็มิอาจบินไปได้...ตัวเราก็ได้ชื่อว่านามหงส์จะตกลงท้องทุ่งนี้ก็จะมีอันตราย...คิดสะดุ้งใจ...ดังนั้นแล้วก็ให้ทหารถอยคืนออกมา...พอทหารเตียวหยิมจุดประทัดขึ้นโห่ร้อง...
ยิงเกาทัณฑ์กระหนาบระดมมาทั้งสองข้างทาง...ก็ถูกบังทองตกม้าลงถึงแก่ความตาย...ทหารทั้งปวงต่างคนก็ตื่นแตกเป็นอลหม่านไปสิ้น...แลขณะนั้นบังทองถึงแก่ความตายนั้นอายุได้ ๓๖ ปี..."

...บ้านเกิดของเล่าปี่...

...ในสามก๊กเล่าถึงอาถรรพณ์ที่บ้านเกิดของเล่าปี่ว่า...

"แลเล่าปี่นั้นเป็นบุตรเล่าเหง...เล่าเหงนั้นเป็นเชื้อพระวงศ์ของพระเจ้าฮั่นเก็งเต้...เล่าเหงตาย...ยังแต่ภรรยา...เล่าปี่ผู้บุตรมีกตัญญูรักษามารดามิให้อาทร...แลเล่าปี่กับมารดาเป็นคนเข็ญใจ...ไร้ทรัพย์...ทอเสื่อขายเลี้ยงชีวิต...บ้านที่เล่าปี่อยู่นั้นชื่อบ้าน...เล่าซองฉุน...อยู่ใกล้เมืองตุ้นก้วน...เรือนนั้น...อยู่ริมต้นหม่อน...หม่อนนั้นสูงประมาณแปดวาเศษ...กิ่งนั้นเป็นพุ่มดังฉัตร...มีหมอดูคนหนึ่งเดินมาเห็นภูมิบ้านแล
ต้นหม่อนต้องตำรา...จึงทายว่าบ้านนี้ผู้มีบุญอยู่...เล่าปี่เมื่อยังเด็กอยู่นั้นเล่นกับลูกชาวบ้านทั้งปวง เล่าปี่
จึงกล่าวว่า...ถ้ากูได้เป็นเจ้า...กูจะเอาต้นหม่อนต้นนี้ไปทำคันเศวตฉัตรกั้น...เล่าอ้วนกีผู้เป็นอาได้ยิน...
เล่าปี่ว่าประหลาด...จึงชมเล่าปี่ว่าจะมีบุญเป็นมั่นคง...

...คลองเสือตาย...

...เสือจำเรียง ปางมณี...ซึ่งมีชื่อว่าขุนโจรห้านัด...มีคาถาอาคมขลัง...สามารถหลบหนีจากวงล้อมตำรวจ
ไปได้ทุกครั้ง...ครั้งสุดท้ายไปจนมุมตำรวจที่อำเภอบางพลี...จังหวัดสมุทรปราการที่...คลองเสือตาย...
เพราะเนื่องจากชื่อเป็นอาถรรพณ์...จึงทำให้เสือจำเรียงต้องจบชีวิตลงที่นั่น...

...ในเรื่องแรก...ข้อสังเกตุกล่าวคือเรื่องชื่อเสียงก็ต้องควรเอามาเกี่ยวข้อง...บังทองนำทหารผ่าหุบเขา
ชื่อตำบลว่า"หงษ์ตาย" ก็เลยจบชีวิตอยู่ตรงจุดนั้นทั้งกองทัพ...เป็นเพราะไม่ได้ศึกษาชื่อของภูมิประเทศ
มาก่อน...จึงได้พลาดพลั้งเสียชีวิตไป...

...ในเรื่องที่สอง...ข้อสังเกตุ...ซินแสหรือผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์...ฮวงจุ๊ย...มีความรู้ทางสิ่งแวดล้อม 
เห็นภูเขาเป็นรูปมังกร...รูปหงษ์...รูปเต่าฯลฯก็สามารถทายทักได้ว่า...บ้านที่อยู่ในอาณาบริเวณนี้...
จะประสพกับความรุ่งเรืองต่อไป...เช่นเมื่อผ่านบ้านของเล่าปี่สมัยที่ยังเยาว์วัย...เห็นต้นหม่อนเป็นรูป
ฉัตรอยู่หน้าบ้าน...ก็ทายว่าเจ้าของบ้านหลังนี้...จะมีอำนาจวาสนาต่อไปในภายภาคหน้า...

...ในเรื่องที่สาม...เพราะไม่ได้เรียนรู้เรื่องชื่อสถานที่...เสือจำเรียง ขุนโจรห้านัด ซึ่งเคยยิงตำรวจตายมา ๕ นาย...ซอกซอนหลบหนีตำรวจไปได้อย่างปาฏิหาริย์ทุกครั้ง...ที่สุดก็ต้องไปจบชีวิตที่บางพลี...ตรง
คลอง...เสือตาย...ด้วยฝีมือนายตำรวจบ้านนอกที่ไม่รู้กิตติศัพท์ขุนโจรรายนี้มาก่อน...เสือจำเรียงจึงต้อง
จบชีวิตลงในชื่อตำบลที่เป็นอัปมงคลแก่ตน...

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วิธีการจัดตั้งพระบูชา



      ...การจัดตั้งโต๊ะหมู่บูชาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง...เพราะจะต้องรู้ทิศหลักที่...พระบูชาที่ห้องพระ หรือหิ้งบูชา...ควรที่จะต้องหันหน้าออกไปทางทิศใดถึงจะเป็นมงคลทิศ...ตามโบราณท่านว่า...ควรหันหน้า
ไปในทางทิศตะวันออกและ...ทิศใต้เท่านั้น...หลักข้อรองลงมาคือ...ห้องพระควรหันไปทางหน้าบ้าน...
และไม่ควรอยู่ห้องทางปลายเท้า...หรือตั้งโต๊ะหมู่บูชาอยู่ในห้องนอน...การจัดพระบูชาขั้นปฐมก็คือต้อง
ตั้งพระพุทธเจ้าและพระสารีริกธาตุ...อยู่ในตำแหน่งสูงสุดของโต๊ะหมู่บูชา...

     ...ถ้าเป็นบ้าน ๒ ชั้น...ควรจัดห้องพระอยู่ชั้น ๒ ของบ้าน...เพราะพระเป็นของสูง...และเป็นที่สักการะ
บูชา...ต้องอยู่ในที่สูงและเป็นมุมสงบ...ของบ้าน...เกิดเป็นตึกมีหลายชั้น...ก็ใช้หลักการเดิมคือต้องจัดตั้งพระบูชาอยู่ชั้นบนสุดเสมอเช่นกัน...ในกรณีที่เป็นคอนโดหรือตึกแถว...ก็ให้จัดตามทิศที่ถูกต้อง...ดังกล่าวไว้แล้วในเบื้องต้น...คือทิศตะวันออกและทิศใต้...อย่าจัดพระบูชาอยู่ตรงปลายเท้าเรา...เพราะถือ
ว่าเป็นการลบหลู่เบื้องสูง...

     ...ตามหลักของธาตุ...หยินคือน้ำ...หยางคือไฟ...ควรจัดพระบูชาให้เป็นลักษณะแยกธาตุคือ...หยินธาตุน้ำ...อยู่ด้านซ้ายของพระพุทธรูปบนโต๊ะหมู่บูชา...หยางเป็นธาตุไฟ...อยู่ด้านขวาของพระพุทธรูปบนโต๊ะหมู่บูชาเช่น...พระสารีบุตรจัดให้อยู่ทางขวามือพระพุทธรูป...พระโมคคัลลานจัดให้อยู่ทางซ้าย...
พระอิศวรเป็นหยาง...ธาตุไฟให้อยู่ขวามืิพระพุทธรูป...พระนารายณ์เป็นหยิน...ธาตุน้ำให้อยู่ด้านซ้ายมือพระพุทธรูป...พระพิฆเณศกับพระมหากัจจายะนะเป็นหยาง...ธาตุไฟให้อยู่ด้านขวามือพระพุทธรูป...
ส่วนพระสิวลีเป็นหยิน...ธาตุน้ำให้อยู่ด้านซ้ายของพระพุทธรูป เป็นต้น...

     ...ส่วนพระบูชาที่เป็นหลวงพ่อให้จัดตามนี้คือ...สมเด็จพระพุฒาจารย์"โต" วัดระฆัง และหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ...เป็นธาตุหยิน...ให้จัดไว้ด้านซ้าย...เพราะสมเด็จโต ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิต...มักท่านมักเดินทางอยู่เสมอ...ฝ่ายทางหลวงพ่อสด...ชื่อวัดที่ท่านอยู่ก็เป็นธาตุน้ำอยู่เช่นกัน...

     ...ตอนนี้มาทางหลวงพ่อโอภาสี เป็นผู้ที่เก่งกล้าทาง...กสิณไฟ...เป็นธาตุหยาง...ควรจัดท่านอยู่ไว้ด้านขวาของพระพุทธรูป...แม้แต่น้ำที่จะถวายบูชาพระก็ควรต้องจัดไว้ด้านซ้าย...ธูป เทียนก็ต้องไว้ด้านขวาด้วย...ดังนี้เป็นต้น...

     ...สรุปผลในโดยรวมว่า...การจัดพระพุทธรูปหรือ...พระบูชาฯลฯ...ใ้ห้ถูกทิศและถูกต้องเหมาะสมแล้ว...จะทำให้เกิดศิริมงคล โชคลาภ รุ่งเรือง ผาสุก...กับผู้ที่ได้ปฎิบัติตามขั้นตอนที่ได้บรรยายไป...
จนหมดสิ้นกระบวนความตามนี้...แล...

วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

อะไรเป็น ฮก ลก ซิ่ว



     ฮก ลก ซิ่ว เป็นสัญญลักษณ์แทนเทพเจ้า...หรือหมายถึงเซียนทั้ง 3 ของจีน...ในกล่ม...
โป๊ยเซียนหรือที่นิยมเรียกกันว่า...เซียนทั้ง 8...ถือว่าเป็น สุดยอดมงคลแห่งการอวยพร...
...ฮก มีความหมายถึง...อำนาจวาสนา เกียรติยศ ความสุขสมบูรณ์ ตวามสุขสมหวังดั่งใจปรารถนา
...ลก มีความหมายถึง...โชคลาภ ความมั่งคั่ง โภคทรัพย์ ความอุดมสมบูรณ์ในทรัพย์สิน
...ซิ่ว มีความหมายถึง...สุขภาพ พลานามัน ความอายุยืน ความแข็งแรง ไร้โรคา พยาธิ...
...มีคำจำกัดความดังนี้...
                                             
                                       อะไร เป็น ฮก ลก ซิ่ว

                                   ฮก        เป็น          วาสนา
                                   ลก        เป็น          ความบริบูรณ์ด้วย โภคทรัพย์ และบริวาร สมบัติ
                                   ซิ่ว        เป็น          ความยั่งยืน

                                     เทียบด้วยพระเป็นเจ้าทั้งสาม

                                   ฮก        เป็น          พระนารายณ์
                                   ลก        เป็น          พระอิศวร
                                   ซิ่ว        เป็น          พระพรหม

                                                โดยรูปสัตว์

                                   ฮก        เป็น          ค้างคาว
                                   ลก        เป็น          กวางดาว
                                   ซิ่ว        เป็น          นกดำ [ กา ]

                                         เครื่องประดับท้องฟ้า

                                    ฮก       เป็น          พระอาทิตย์
                                    ลก       เป็น          พระจันทร์
                                    ซิ่ว       เป็น           ดาว

                                    โดยพฤษชาติ และบุปผชาติ

                                    ฮก       เป็น           ดอกพุดตาล หรือโบตั๋น
                                    ลก       เป็น           ดอกเบ็ญจมาศ
                                    ซิ่ว       เป็น           ต้นสน

                                                  แบบไทย

                                    ฮก       เป็น           ดอกกุหลาบ  เป็นฮก
                                    ลก       เป็น           ดอกบานชื่น  เป็นลก
                                    ซิ่ว       เป็น           ดอกบานไม่รู้โรย  เป็นซิ่ว

                                   จัดโต๊ะให้เป็น ฮก ลก ซิ่ว

                                    ฮก       เป็น           ชามใบหนึ่ง  บรรจุ  ผลส้มมือ
                                    ลก       เป็น           ชามใบหนึ่ง  บรรจุ  น้ำ
                                    ซิ่ว       เป็น           ขวดใบหนึ่ง    ปัก    ไม้สน

                       ...ทั้งหมดนี้เป็นลักษณะและความหมายหลักของ...ฮก ลก ซิ่ว...

                        ...เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ...ในโชคลาภ...และความสมบูรณ์...

                                        ...3 เซียนจาก..กลุ่มของ 8 เซียน...

        





                                     


วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เนื้อเพลง"ตำรวจนกขมิ้น"

เนื้อเพลง"ตำรวจนกขมิ้น"บิดาข้าพเจ้า พล.ต.ท.ชัยยงค์ ปฏิพิมพาคมได้แต่งขึ้นเพื่อเป็นการปลอบขวัญตำรวจชายแดนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยุ่ในขณะนั้น...


ต่อไปนี้เป็นเนื้อเพลง"ตำรวจนกขมิ้น"
ซึ่งแต่งใว้ในสมัยเป็นผู้บังคับการตำรวจเขตุ๔


๑.    ค่ำคืนฉันยืนอยู่เวรยาม  ท้องฟ้ามืดคล้ำ      สึกล้ำเหลือคณา
    
        ลมพระพายพัดมา         อกผวาหนาวสั่น     พรั่นใจเอ๋ย


[สร้อย] ยามนี้เรารักษาหน้าที่   ใครหนอนี่ช่วยบอก   เจ้าช่อไม้ดอกเอ๋ย


             เจ้าดอกขจร   ฉันตำรวจภูธร   ค่ำแล้วจะนอนไหนเอย   โอ้ตำรวจเอย


๒.    หน้าที่ฉันมีเพื่อทุกคน    ใช้ชีวิตของตน      ฉันทนเพื่อปวงประชา


        ใครหนอใครจะมา          เวทนาฉันนั่น         พรั่นใจเอย


[สร้อย] ยามนี้เรารักษาหน้าที่   ใครหนอนี่ช่วยบอก   เจ้าช่อไม้ดอกเอ๋ย


             เจ้าดอกขจร   ฉันตำรวจภูธร    ค่ำแล้วจะนอนไหนเอย   โอ้ตำรวจเอย


๓.    ท่านผู้ใหญ่โปรดเอ็นดู    ขอช่วยอุ้มชูเลี้ยงดูตำรวจภูธร


        ฉันขอกราบวิงวอน     อย่าตัดรอนให้หวั่น   พรั่นใจเอย


[สร้อย] ยามนี้เรารักษาหน้าที่   ใครหนอนี่ช้วยบอก   เจ้าช่อไม้ดอกเอ๋ย


             เจ้าดอกขจร   ฉันตำรวจภูธร   ค่ำแล้วจะนอนไหนเอย   นอนที่นี่เอย...


    ในระหว่างที่ผมยังดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรเขตุ ๔ อยู่นั้น...มีผู้ก่อการร้ายแทรกซึมอยู่แทบทุกแห่งของจังหวัดต่างๆ นอกจากจะได้มีการปราบปรามตามระเบียบแล้ว...ผมยังส่งนายตำรวจ
ที่เป็นฝ่ายแพทย์ของกองบังคับการออกไปช่วยรักษาคนเจ็บใข้ได้ป่วยตามพื้นที่ต่างๆที่เชื่อว่ากำลังมีการแทรกซึมอยู่ โดยใช้รถจี๊ปเป็นพาหนะมีนายตำรวจ ๑ คนและตำรวจอีก ๒ คน บรรทุกยารักษาโรค
ต่างๆ ออกไปแจกราษฎร...และบางครั้งก็ได้ช่วยรักษาคนเจ็บใข้ในเบื้องต้นด้วย...ถ้าอาการหนักก็จะช่วยรับมาส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง...เป็นการกระทำแบบ ปจว.และในโอกาสนี้ก็จะสืบสวนข่าวคราว
ของผู้ก่อการร้ายไปด้วย นับว่าเป็นการได้ประโยชน์ไปด้วยหลายๆฝ่าย...




ดูคนดีดูที่งาน   ดูลูกหลาน   ดูที่ความเคารพ...ด้วยความปารถนาดีจากข้าพเจ้า...